ความรู้ครับเพื่อนๆ เเชร์กันเยอะๆนะความรู้จริงๆๆ ชอบๆๆ >///< น้องเค้าตั้งใจเขีบนมาให้อ่านมากเเล้วยาวด้วยเลยอยากให้เพื่อนๆเเชรืความรู้นี้ต่อๆๆกัน >///<
Minecraft JurassiCraft
บอกข้อมูลแบบละเอียดยิบค่า
Minecraft JurassiCraft #6 [โบ้ท&เป้] จำไวนะใครเป็นใครผมชื่ออะไร5555 ⬇⬇⬇
ปลาตัวใหญ่ที่อยู่ในน้ำที่ทำให้พี่เป็นโรคกลัวน้ำ ที่ชื่อ บาซิโลซอรัส มันไม่เชิงเป็นบรรพบุรุษของวาฬซะทีเดียวหรอกนะคะ บาซิโลซอรัสมันไม่ใช่จระเข้นะคะ บาซิโลซอรัสเป็นวาฬชนิดหนึ่งกลางทะเลทรายวาดิไฮตัน บรรพบุรุษต้นตำหรับที่แท้จริงของ บาซิโลซอรัสและวาฬในยุคนี้ที่จริงแล้วมันคือ "สัตว์กินเนื้อบนบกมี 4 ขา" ในยุคพาลีโอจีน เมื่อประมาณ 65 ล้านปีก่อน มันชื่อว่า “มีโซนิก” จากนั้นมันก็วิวัฒนาการเริ่มใช้ชีวิตแบบสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำภายในเวลา 10 ล้านปีต่อมาในยุคอีโอซีน หรือเมื่อประมาณ 55 ล้านปีก่อน จากสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ขาหลังก็ค่อยๆหดและเล็กลงจนต่อมาเมื่อประมาณ 24-26 ล้านปีก่อน กระดูกและข้อต่อก็หดเล็กลงจนไม่มีโผล่ออกมาให้เห็น สรุปก็คือ บาซิโลซอรัสไม่ใช่บรรพบุรุษของวาฬยุคนี้ค่ะ บรรพบุรุษที่แท้จริงของบาซิโลซอรัสและวาฬยุคนี้จริงๆแล้วก็คือ มีโซนิก นั่นแหละค่ะ ไม่ใช่อย่างที่หลายๆคนเข้าใจผิดนะคะ ที่บอกว่ากลางทะเลทรายเนี่ยยย อย่าพึ่งงงนะคะ ก็คือซากฟอสซิลของบาซิโลซอรัสถูกพบที่กลางทะเลทรายวาดิไฮตันในประเทศอียิปต์ค่ะ วาดิไฮตัน แปลตามตัวได้ว่า "หุบเขาแห่งวาฬ" ค่ะ เพราะไม่ใช่แค่ฟอสซิลของบาซิโลซอรัสนะคะที่ถูกเจอที่ทะเลทรายวาดิไฮตัน แต่ทะเลทรายวาดิไฮตันยังเต็มไปด้วยฟอสซิลฟันฉลาม หนามเม่นทะเล และกระดูกปลาจำพวกปลาดุกขนาดยักษ์ด้วยค่ะ นักบรรพชีวินวิทยาเลยเชื่อว่าทะเลทรายวาดิไฮตันเคยเป็นมหาสมุทรมาก่อนค่ะ
ส่วน ไทรันโนซอรัส หรือ ทิรันโนซอรัส (Tyrannosaurus) แปลว่า กิ้งก่าทรราชย์ (มาจากภาษากรีกน่อว) เป็นสกุลนึงของไดโนเสาร์ประเภทเทอโรพอดไดโนเสาร์ชนิดเดียวที่เป็นที่รู้จักในสกุลนี้คือ ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ นั่นแหละค่ะ (ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ แปลว่า ราชา มาจากภาษาละตินน่อว) ไทรันโนซอรัสอาศัยอยู่ในยุคครีเทเซียสตอนปลายหรือประมาณ 68 ถึง 65 ล้านปีมาแล้ว เป็นหนึ่งในไดโนเสาร์พวกสุดท้ายที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนก ซึ่งมีชีวิตอยู่ก่อนการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งที่สามในยุคครีเทเชียส แต่เพราะชื่อที่ยาวไม่รู้กี่พยางค์ =×= เค้าเลยเรียกอย่างย่อว่า ที เร็กซ์ (T-rex) สรุปคือ ไทรันโนซอรัส กับ ทีเร็กส์ มั๊นนน ก็อย่างเดียวกันแหละคร่า แต่เพราะชื่อมันลงท้ายด้วยคำว่า เร็กส์ ที่พ้องกับคำว่า เล็ก ของไทยอ้ะนะ เวลาพูดชื่อมันเลยนึกถึงไดโนเสาร์ตัวเล็กๆใช่มั้ยคะ 555 ผิดมหันต์ ~~~ เอิ่มม...สุดท้ายขอย้ำนะคะว่า ไทรันโนซอรัสนั้นมีชีวิตอยู่ในยุค "ครีเทเชียส" นะคะ ไม่ใช่ "จูราสสิก" ดังนั้นการที่ไทรันโนซอรัสที่มีชีวิตอยู่ในยุคครีเทเชียสมาอยู่ในยุคจูราสสิกแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆนะคะ อย่าเล่นไปป 5555
Minecraft JurassiCraft #10 [โบ้ท&เป้] เราเลี้ยงตัวอะไรเนี้ย ⬇⬇⬇
ตัวที่พี่เจอตัวที่มันมีหนามแหลมๆที่หลังอ่ะค่ะ มันชื่อ สเตโกซอรัส ค่ะ เป็นสัตว์กินพืช ใช้หางแหลมๆเป็นอาวุธ คือแนะนำให้นะคะ ให้สังเกตง่ายๆระหว่างพวกกินพืชกับพวกกินเนื้อ พวกกินเนื้อส่วนใหญ่จะยืนสองขา เพื่อความคล่องแคล่วว่องไวในการวิ่งตามเหยื่อค่ะ พวกกินพืชส่วนใหญ่จะยืนสี่ขาค่ะ เพราะมันไม่จำเป็นต้องวิ่งตามต้นไม้นะคะ -0- ส่วนใหญ่นะคะส่วนใหญ่ =×=
ส่วนตัวที่มันมีแผงคอที่พี่บอกว่าน่ากลัว ชื่อว่า ไดโลโฟซอรัส ค่ะ ชื่อของมันมีความหมายว่ากิ้งก่ามีหงอน เชื่อว่าหลายคงเคยเห็นมันในหนังเรื่อง จูราสสิก พาร์ค ใช่มั้ยคะ ที่มันตัวเล็กๆจิ๋วๆกางแผงคอและพ่นพิษออกจากปากได้เหมือนงูเห่าแอฟริกา ซึ่งความเป็นจริงแล้ว มันเป็นอะไรที่ "มั่วนิ่ม" มากค่ะ ต้องเข้าใจนะคะว่าหนังมันก็คือหนัง ไม่มีความเป็นจริงไปได้ทั้งเรื่องหรอกค่ะ ที่เค้าสร้างออกมาแบบนั้นเพื่อการเพิ่มอรรถรสในการชมเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไดโลโฟซอรัส เป็นไดโนเสาร์ขนาดใหญ่กว่าที่เห็นในหนังมาก ลำตัวยาว 6-7 เมตร ค่ะ อีกทั้งมีความรวดเร็วและดุร้ายไม่ต่างจากไดโนเสาร์ล่าเนื้ออย่าง ทีเร็กซ์ หรือ แรปเตอร์ เลยค่ะ และที่สำคัญไม่มีหลักฐานทางบรรพชีวินวิทยาใดๆที่ระบุว่ามันสามารถกางแผงคอหรือสามารถพ่นพิษได้นะคะ แต่ไดโลโฟซอรัสตัวจริงๆที่นักบรรพชีวินวิทยาค้นพบมีเพียงแค่หงอนสองข้างบนหัวเท่านั้นค่ะ (มีเฉพาะตัวผู้นะ ไว้อวดตัวเมีย)
ส่วนตัวจิงโจ้แคระที่มีจุดๆตามตัว ชื่อว่า เลปทิกทีเดียม ค่ะ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก กินแมลงตัวเล็กๆเป็นอาหาร เช่น แมลงปอ
ส่วนตัวสีฟ้าๆหัวสีน้ำเงินๆที่พี่สร้างเองมันชื่อ โอวิแรปเตอร์ เป็นหนึ่งในตระกูลเทอโรพอดเหมือนกันค่ะ ตระกูลเดียวกับไทรันโซอรัส มีหงอนเป็นเอกลักษณ์ ปากของมันออกแบบมาเพื่อจิกกินไข่ ลำตัวยาว 2 เมตร มีการค้นพบฟอสซิลของมันอยู่กับลูกในรังของมัน ในท่ากกไข่หลายชุด เป็นหลักฐานที่ระบุว่ามันเป็นไดโนเสาร์ที่เลี้ยงลูกของมันอย่างดี ฟอสซิลในท่ากกไข่ของโอวิแรปเตอร์ตัวนั้นอาจตายตอนมีพายุทรายพัดมา พบในชั้นหินของยุคครีเทเซียส ช่วงเวลา 90-85 ล้านปี โอวิแรปเตอร์นับว่าเป็นไดโนเสาร์ที่น่ารักทีเดียวนะคะ
Minecraft JurassiCraft #11 [โบ้ท&เป้] หาอะไรกินกัน ⬇⬇⬇
ตัวแรกที่พี่โบ้ทฆ่าที่ตัวเป็นตุ่มๆเหมือนหุ้มเกราะ หางเป็นลูกตุ้ม ชื่อว่า แองคิโลซอรัส (Ankylosaurus) ค่ะ เป็นไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในสกุล แองคิโลซอร์ อาศัยอยู่ในยุค "ครีเทเชียส" แองคิโลซอร์ที่มีน้ำหนักตัวที่หนักเพราะมีเกราะแข็งหุ้มทั่วทั้งตัว และมีลูกตุ้มขนาดใหญ่สำหรับไว้ป้องกันตัวจากนักล่าในยุคนั้นอย่าง ไทรันโนซอรัส และ ทาร์โบซอรัส ที่บริเวณหาง แต่จนถึงตอนนี้โครงกระดูกของแองคิโลซอรัสก็ยังไม่สมบูรณ์เลยค่ะ ง่ายๆคือยังไม่เจอกระดูกครบทุกชิ้น
ส่วนตัวที่พี่เรียกว่าหัวกรรไกรชื่อ พาราซอโรโลฟัส หรือ พาราโซโรโลฟัส (Parasaurolophus) ค่ะ เป็นไดโนเสาร์ที่มีชีวิตอยู่ ในยุค "ครีเทเชียส" ไม่มีอาวุธอะไรที่เด่นๆเลยค่ะ แต่ลักษณะเด่นของพาราโซโรโลฟัส คือ หงอนที่มีลักษณะเหมือนท่อกลวงยาว บางตัวอาจจะมีหงอนยาวถึง 1.5 เมตร มีไว้ส่งเสียงหาพวก สามารถเดินได้ทั้ง 2 เท้าและ 4 เท้า มีขนาดใหญ่โตพอสมควร เท่าที่ค้นพบไดโนเสาร์พันธุ์นี้จะมีความยาวประมาณ 10 เมตร กินพืชเป็นอาหาร อาจจะใช้รูปร่างที่ใหญ่โตเป็นอาวุธก็ได้ค่ะ แต่ประเด็นคือไดโนเสาร์สองตัวนี้อาศัยอยู่ในยุค"ครีเทเชียส"แล้วมันมาอยู่ในยุค"จูราสสิก"ได้ง้ายย หลงยุคอีกแร้วว คือในยุคจูราสสิกเนี่ย เป็นยุคที่ไดโนเสาร์กำลังขยายพันธุ์นะคะ ในยุคนี้เลยจะมีแต่ไดโนเสาร์กินพืชจำพวกตระกูลซอโรพอด (Sauropod) หรือก็คือ พวกคอยาว มากกว่านะคะ สายพันธุ์ที่รู้จักกันดีในตระกูลซอโรพอดก็คือ แบรกคิโอซอรัส (Brachiosaurus ไดโนเสาร์คอยาวที่โบ้ทรักเท่าชีวิตนั่นแหละค่ะ) ดิปโพลโดคัส (Diplodocus) และอะแพทโตซอรัส (Apatosaurus) หรืออีกชื่อคือบรอนโตซอรัส ส่วนในยุคครีเทเชียสเนี่ยจะเป็นยุคที่ไดโนเสาร์ขยายพันธุ์ได้เต็มที่แล้วค่ะ เลยจะมีไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆเยอะขึ้นจำพวก เทอโรพอด หรือ แองคิโลซอร์ ในยุคนี้เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของไดโนเสาร์เลยค่ะ แต่ว่าก่อนจะหมดยุคครีเตเชียส อากาศก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไดโนเสาร์บางพวกเริ่มตายและสูญพันธุ์ หลังจากไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปแล้วสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็มีบทบาทขึ้นมาบนโลกแทนไดโนเสาร์ค่ะ
- - - - - - - - - - - - - - - - ตัวนี้สำคัญมากคร่า ⬇⬇⬇
ตัวคอยาวที่โบ้ทรักเท่าชีวิต มันชื่อ แบรกคิโอซอรัส (Brachiosaurus) ค่ะ ชื่อของมันมีความหมายว่า กิ้งก่าท่อนแขน เป็นไดโนเสาร์จำพวกซอโรพอดขนาดใหญ่ ลำตัวยาว 30 เมตร สูง 13-14 เมตร หนัก 78 ตันหรือเท่ากับช้างแอฟริกา 15 เชือก อาศัยอยู่ในยุคจูราสสิกก 200-130 ล้านปีก่อน (โชคดีตัวนี้ไม่หลงยุค) เคยเป็นซอโรพอดที่ตัวใหญ่ที่สุดก่อนค้นพบซุปเปอร์ซอรัส อาร์เจนติโนซอรัส และไซโมซอรัส ลักษณะเด่นของแบรกคิโอซอรัสที่ต่างจากซอโรพอดอื่นคือ บริเวณจมูกบนกระหม่อมมีโหนกยื่นขึ้นมาชัดเจนกว่าคามาราซอรัสหรือซอโรพอดอื่น หางสั้นไม่มีปลายแส้ มีขาหน้าที่ยาวกว่าขาหลัง ทำให้ตัวลาดลงแบบยีราฟ ส่งผลให้ส่วนคอของแบรคิโอซอรัสตั้งชันสูงกว่า ทำให้มันสามารถหาใบไม้บนยอดสูงได้ดีกว่าพวกอื่น และมีประโยชน์ในการมองเห็นไดโนเสาร์กินเนื้อแต่ไกล เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นแบรกคิโอซอรัสในหนังเรื่อง จูราสสิก พาร์ค เหมือนกันใช่มั้ยคะ ที่มันยืน 2 ขายืดตัวกินยอดใบไม้ แต่ในความเป็นจริง ด้วยสาเหตุที่ส่วนคอของมันตั้งสูงเหมาะกับการกินอาหารบนยอดไม้อยู่แล้ว ส่วนขาหลัง 2 ข้างของมันยังสั้นและเล็ก และสรีระทางสะโพกก็น้อย นอกจากนี้มันไม่มีท่อนหางยาวสำหรับคานน้ำหนักเหมือนซอโรพอดวงศ์ดิปพลอโดซิเด จึงไม่น่าจะแบกรับน้ำหนักของร่างกายช่วงบนเวลาที่มัน "ยืน" ไหว ดังนั้นภาพที่เห็นมันยืน 2 ขาในหนังก็ไม่น่าจะจริงค่ะ
แบรกคิโอซอรัสไม่ใช่อะแพโตซอรัสนะคะพี่โบ้ท อะแพโตซอรัส (Apatosarus) หรือชื่อที่เคยเรียกกันในอดีตว่า บรอนโตซอรัส (Brontosaurus) เป็นไดโนเสาร์ยักษ์ในยุคจูราสสิก กินพืชเป็นอาหาร เคยมีสมญาว่า ยักษ์ใหญ่ไร้พิษสง อาศัยอยู่บนโลกนี้เมือประมาณ 190-135 ล้านปีที่ผ่านมา ชื่อของไดโนเสาร์ชนิดนี้มีความหมายว่า "กิ้งก่าปลอม" อะแพโตซอรัสเป็นไดโนเสาร์ที่ตัวใหญ่มาก เมื่อโตเต็มที่จะยาวถึง 75 ฟุต สูงกว่า 15 ฟุต (แต่ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบคือ 85 ฟุต) หางยาวอะแพโตซอรัสมีน้ำหนัก 24-35 ตัน ลักษณะตามแบบตระกูลซอโรพอด คือ คอยาว หางยาวมาก ๆ ประมาณ 23-26 เมตร หัวเล็ก ดูเผิน ๆ เหมือนกับนกไม่มีหัว ขา 4 ข้างใหญ่เหมือนเสา สามารถรับน้ำหนักตัวมันได้ แม้จะอยู่บนบก หรือ ยืน 2 ขาขึ้นเพื่อหาใบไม้อ่อนยอดสูงกิน อะแพโตซอรัสเคยถูกมองว่าเป็นยักษ์ใหญ่ที่ไม่มีพิษสง เนื่องจากลักษณะของมันไม่มีอาวุธป้องกันตัวที่เด่น เช่น เขาขนาดใหญ่แบบไทรเซอร์ราทอปส์ หรือหนาม-ตุ้มที่หางแบบไดโนเสาร์หุ้มเกราะแองคิโลซอรัส แต่การค้นคว้าสมัยหลังๆเชื่อว่ามันไม่ใช่เหยื่อตัวยักษ์ที่หวานหมูนักล่าขนาดนั้น ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่กว่านักล่าหลายเท่านั้นก็เป็นอุปสรรคแก่นักล่าระดับหนึ่งแล้ว เช่นเดียวกับช้างในปัจจุบัน อะแพโตซอรัสมีหางที่ยาวมากเพื่อถ่วงคานน้ำหนักกับส่วนคอที่ยาวของมัน คำนวณกันมาว่า หากไม่มีส่วนหาง อะแพโตซอรัสจะไม่สามารถยกคอมันขึ้นจากพื้นได้ นอกจากนี้ หางใหญ่ของมันยังเป็นอาวุธป้องกันตัวสำคัญใช้ฟาดอย่างแรงเมื่อถูกอัลโลซอรัสหรือนักล่าอื่น ๆโจมตี ส่วนตรงปลายหางที่เรียวเล็กก็ใช้หวดต่างแส้ได้เช่นกัน เคยดูสารคดีค่ะ ถ้าโดนฟาดเต็มปาก ปากฉีกได้เลย
ที่แยกออกระหว่างอะแพโตซอรัสกับแบรกคิโอซอรัสเพราะว่า อะแพโตซอรัสจะมีขาหน้ากับขาหลังยาวเท่ากัน และหางจะเรียวยาวแหลมกว่ามากเหมือนกับแส้ แต่แบรกคิโอซอรัสที่ต่างจากซอโรพอดอื่นคือ บริเวณจมูกบนกระหม่อมมีโหนกยื่นขึ้นมาชัดเจนกว่าคามาราซอรัสหรือซอโรพอดอื่น หางสั้นไม่มีปลายแส้ มีขาหน้าที่ยาวกว่าขาหลัง ทำให้ตัวลาดลงแบบยีราฟ สังเกตในเกมตรงบริเวณหัวมันจะมีโหนกค่ะ และลำตัวก็ลาดลงเหมือนยีราฟด้วย สรุปคือคอยาวของพี่เป็นแบรกคิโอซอรัสค่ะ ไม่ใช่ อะแพโตซอรัส
Minecraft JurassiCraft #13 [โบ้ท&เป้] อะแพโทซอรัสตายไดโนเสาร์คอยาวสุดที่รัก ⬇⬇⬇
แบรกคิโอซอรัสไม่ใช่อะแพโตซอรัสนะคะพี่โบ้ท ที่แยกออกระหว่างอะแพโตซอรัสกับแบรกคิโอซอรัสเพราะว่า อะแพโตซอรัสจะมีขาหน้ากับขาหลังยาวเท่ากัน และหางจะเรียวยาวแหลมกว่ามากเหมือนกับแส้ แต่แบรกคิโอซอรัสที่ต่างจากซอโรพอดอื่นคือ บริเวณจมูกบนกระหม่อมมีโหนกยื่นขึ้นมาชัดเจนกว่าคามาราซอรัสหรือซอโรพอดอื่น หางสั้นไม่มีปลายแส้ มีขาหน้าที่ยาวกว่าขาหลัง ทำให้ตัวลาดลงแบบยีราฟ สังเกตในเกมตรงบริเวณหัวมันจะมีโหนกค่ะ และลำตัวก็ลาดลงเหมือนยีราฟด้วย สรุปคือคอยาวของพี่เป็นแบรกคิโอซอรัสค่ะ ไม่ใช่ อะแพโตซอรัส
จะมาบอกเรื่องเวโลซีแรปเตอร์ค่ะ จากในเรื่อง จูราสสิก พาร์ค ตัวใหญ่เท่าคนแถมยังดุร้ายมากด้วย อันนั้นไม่ใช่ความจริงนะคะ เวโลซีแรปเตอร์ในความเป็นจริงแล้วมันหน่อมแน้มมากค่ะ แต่ก็ไม่หน่อมแน้มขนาดนั้นนะ เวโลซีแรปเตอร์ (Velociraptor) เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ฉลาดและว่องไว เป็นไดโนเสาร์ตระกูลเทอโรพอด (ตระกูลเดียวกับไทรันโนซอรัส) อยู่ในวงศ์โดรมีโอซอร์ (Dromaeosauridae) มีการออกล่าเหยื่อเป็นกลุ่มเหมือนหมาป่า อาวุธคือเล็บเท้าแหลมคมเหมือนใบมีดที่พับเก็บได้และฟันที่คมกริบ เป็นไดโนเสาร์ที่มีชีวิตอยู่บนโลกช่วงประมาณ 83-70 ล้านปีก่อนในยุค"ครีเทเชียส"ตอนปลาย มีหลักฐานพบเป็นฟอสซิลในบริเวณเอเชียกลาง (เคยมีการค้นพบฟอสซิลว่าต่อสู้กับโปรโตเซอร์ราท็อปส์ด้วย) เวโลซีแรปเตอร์มีไดโนเสาร์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน คือยูทาห์แรปเตอร์, ไดโนนีคัส และโดรมีโอซอรัส
เวโลซีแรปเตอร์ ถูกเรียกสั้น ๆ ว่า "แรปเตอร์" (หมายถึง นกล่าเหยื่อ) หลายคนคงรู้จักเวโลซีแรปเตอร์เพราะมันเป็นคล้ายๆตัวเอกของหนังเรื่อง จูราสสิก พาร์ค ซึ่งในหนังทั้ง 2 ภาคนั้นได้ให้ภาพของเวโลซีแรปเตอร์ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงมาก เพราะที่จริงแล้วเวโลซีแรปเตอร์มีขนาดเท่า"ไก่ตัวหนึ่ง"เท่านั้นเอง และและเวโลซีแรปเตอร์ก็ไม่ได้ร้ายกาจมีพิษสงเหมือนในหนังด้วย แต่ก็เข้าใจนะคะที่หนังเค้าสร้างมาแบบนั้น เวโลซีแรปเตอร์ตัวเท่าไก่มันจะไปสนุกอะไร 555
แต่ตัวที่พี่ไปเจอบนต้นไม้ที่มันหลังสีแดงๆคล้ายกับเวโลซีแรปเตอร์อ่ะค่ะ (ตัวเดียวกับตัวที่พี่เอาไปขังไว้ใต้ดินนั่นแหละ) ตัวนี้โหดกว่าเวโลซีแรปเตอร์อีกค่ะ มันชื่อ ยูทาห์แรปเตอร์ (Utahraptor อ่านว่า ยูท่าแรปเตอร์น่อว) เป็นไดโนเสาร์ตระกูลเทอโรพอด (ตระกูลเดียวกับไทรันโนซอรัส) อยู่ในวงศ์ โดรมีโอซอร์ หรือก็คือ แรปเตอร์ ชนิดหนึ่ง ใช้ลักษณะการล่าแบบเดียวกับเวโลซีแรปเตอร์ค่ะ ออกล่าเป็นกลุ่มเหมือนหมาป่า ยูทาห์แรปเตอร์อาศัยอยู่ในยุค"ครีเทเชียส"ตอนปลายเมื่อประมาณ 126 ล้านปีก่อน มันเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์วงศ์โดรมีโอซอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุด นอกจากนั้นมันยังมีขนาด 7 เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในวงศ์นี้ แต่ก่อนที่ยูทาห์แรปเตอร์ จะเป็นโดรมีโอซอร์ที่ใหญ่ที่สุด ในอดีตเมก้าแรปเตอร์ที่ยาวถึง 13 เมตร เคยใหญ่ที่สุดมาก่อน แต่ปัจจุบันมันจัดอยู่ในวง เมกะโลซอร์ ยูทาห์แรปเตอร์นั้นมีญาติหลายชนิด ชนิดที่คล้ายคลึงที่สุดคือ ไดโนนิคัส ซึ่งพบในที่เดียวกันด้วย นอก จากนี้มันยังมีญาติที่ใกล้ชิดอื่นๆเช่น เวโลซีแรปเตอร์ โดรมีโอซอรัส ลักษณะเด่นของยูทาห์แรปเตอร์คือ มีขนคล้ายขนนกปกคลุมอยู่เต็มตัว โดยเฉพาะส่วนหัว ช่วงแขน และช่วงปลายหาง ทำให้ดูเป็นไดโนเสาร์ที่เหมือนนกที่สุด แต่มันก็ไม่สามารถบินได้อยู่ดี (โชคดีแล้วค่ะที่มันไม่ได้ ไม่งั้นพี่มีแต่ ตาย กับ ตาย =×=) ประเด็นคือ...ครีเทเชียส!!ครีเทเชียส!!ครีเทเชียส!! ถ้าจะยกขบวนไดโนเสาร์ที่อยู่ในยุคครีเทเชียสมาอยู่ในยุคจูราสสิกแบบนี้ เปลี่ยนชื่อเป็น ครีเทเชียส พาร์ค หน้าจะดีกว่า =w=
ส่วนตัวนกบินเห็นทุกพาทเลย มันคือ เทอราโนดอน ค่ะ เป็นไดโนเสาร์อีกชนิดหนึ่งที่มีหงอนแข็งที่หัว ขนาดของปีกกว้างมาก วัดตามยาวได้ถึง 6 เมตร อาศัยอยู่ตามหน้าผาสูง มีน้ำหนักตัวประมาณ 17 กิโลกรัม เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่บินได้ โครงสร้างโดยทั่วไปมีลักษณะค่อนข้างไปทางไดโนเสาร์มากกว่านก ซึ่งถ้านำไปเทียบกับ อาร์คีออฟเทอริกซ์ และ โมโนไนคัส พวกนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับนกในปัจจุบันมากกว่า เทอราโนดอนเรียกได้ว่าเป็นจ้าวเวหาในยุคไดโนเสาร์เลยค่ะ
Minecraft JurassiCraft #14 [โบ้ท&เป้] ตัวอะไรเกิดนะ ⬇⬇⬇
ไดโนเสาร์ตัวสีแดงๆที่ฆ่าพี่โบ้ท คือ เฮอร์รีราซอรัส (Herrerasaurus อ่านว่า เฮอร์รีร่าซอรัส นะคะ) เฮอร์รีราซอรัสเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อ เดิน 4 ขา มีชีวิตอยู่ในช่วงต้น ของยุค"ไทรแอสสิค"เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในยุคไทรแอสสิค ความ ยาว 5 เมตร คล้ายนก ฟันมีลักษณะแหลมคม คอสั้น กระดูกต้นขายาว กว่ากระดูกหน้าแข้ง มีนิ้วเท้า 4 นิ้วกระดูกสะโพกชิ้นหน้าเอียงไปทางด้านหลังค่อนข้าง คล้ายกับไดโนเสาร์ที่มีสะโพกเหมือนนก ชื่อของมันมีความหมายว่า กิ้งก่าเฮอร์รีราค่ะ เวลามันเดินปกติจะเชื่องช้าอืดอาดยืดยาดมาก แต่เวลาล่าเหยื่อเนี่ยกลายเป็นคนละตัวกันเลยค่ะ ตั้งแต่เด็กยันโตก็เห็นตัวนี้ตัวเดียวเนี่ยแหละค่ะที่เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อ เดิน 4 ขา
Minecraft JurassiCraft #15 [โบ้ท&เป้] ตกลุมรักเลยอิอิ ⬇⬇⬇
ถึงไทรันโนซอรัสจะขึ้นชื่อว่าเป็นจ้าวแห่งพิภพ แต่ก็มีไดโนเสาร์อีกตัวที่โหดไม่แพ้ไทรันโนซอรัสค่ะ เรียกได้ว่าได้โนเสาร์ตัวนี้เป็นคู่กัดที่สูสีกับไทรันโนซอรัส มันคือ สไปโนซอรัส (Spinosaurus) ค่ะ ชื่อมันมีความหมายว่าสัตว์เลื้อยคลานมีแผง สไปโนซอรัสเป็นสัตว์กินเนื้อยืน 2 ขาและอาจจะยืน 4 ขาได้เมื่อดูจากขนาดของขาทั้ง 2 คู่ สไปโนซอรัสมีจุดเด่น คือ กระดูกสันหลังสูงเป็นแผ่นคล้ายใบเรือ รูปวงรี มี11ชิ้น ชิ้นที่ยาวที่สุดมีความยาว 1.69 เมตร เชื่อกันว่าใช้ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย (เนื่องจากถูกค้นพบฟอสซิลในอียิปต์จึงได้สันนิษฐานเช่นนั้น-*-) กะโหลกศรีษะมีจงอยปากแคบที่เต็มไปด้วยฟันรูปกรวย มีหงอนคู่ขนาดเล็กอยู่เหนือดวงตา แขนแข็งแกร่งมี 3 นิ้ว สามารถใช้เป็นอาวุธและจับเหยื่อได้ แต่สไปโนซอรัสเป็นไดโนเสาร์ที่หากินอยู่ในน้ำเป็นหลัก โดยมีอาหารหลัก คือ ปลา ด้วยรูจมูกซึ่งตั้งอยู่บนกะโหลกค่อนมาทางดวงตาช่วยให้หายใจได้แม้ส่วนใหญ่ของหัวจะจมลงในน้ำ สไปโนซอรัสได้ปรากฏในหนังเรื่อง จูราสสิก พาร์ค 3 และกลายเป็นตัวชูโรงแทนไทรันโนซอรัส ในหนังได้เปรียบเทียบการต่อสู้ของไดโนเสาร์นักล่า 2 พันธุ์มาประจันหน้ากัน ซึ่งท้ายที่สุด สไปโนซอรัส ซึ่งได้เปรียบที่ขนาดตัว และ น้ำหนักที่มากกว่า เป็นฝ่ายขย้ำคอไทรันโนซอรัสล้มไป สไปโนซอรัสด้วยขนาดลำตัวที่มีความยาว 16-18 เมตร (ส่วนกะโหลก ยาว 1.75 ม.) น้ำหนัก 7 - 10 ตัน ที่เมื่อเทียบกับไทรันโนซอรัสที่วัดความยาวได้ 13 ม. สูง 4 ม. จากพื้นถึงสะโพก และหนัก 6.8 ตัน ไทรันโนซอรัสเลยดูตัวเล็กไปเลย สไปโนซอรัสมีชีวิตอยู่ในตอนกลางของยุคครีเทเชียส (100-97 ล้านปีที่แล้ว) มันมีญาติอย่าง ซูโคไมมัส สไปโนซอรัส เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 1 ในโลก แต่ถ้าเป็นเรื่องความแข็งแกร่งก็ยังแพ้ไทรันโนซอรัสอยู่ดี *-* สไปโนซอรัสเนี่ยมีอยู่ในเกมมั้ยคะ ไม่เคยเห็นเลย
ไปเม้นที่ใต้คลิปแล้วกลัวพี่ไม่เห็นเลยเอามาโพสต์ในเพจค่ะ #ยาวไปก็ขอโทษด้วยค่ะ -/\- ป.ล.เอารูปไทรันโนซอรัสกับสไปโนซอรัสมาให้ด้วยค่ะ
同時也有13部Youtube影片,追蹤數超過109萬的網紅Bearry Channel,也在其Youtube影片中提到,#BearryChannel #BearryDino #แบร์รี่ท่องโลกดึกดำบรรพ์ **รูปประกอบบางรูปไม่เกี่ยวของกับเนื้อหา เป็นเพียงการนำเสนอเพื่อให้ท่านผู้ชมจินตนาการตามได้อย่างชั...
sauropod 在 SHIO 郭修彧 Facebook 八卦
哈咯
#throwback #throwbackthursday
阿里山回來停在嘉義 ... 看到它!!!
這間玩具店旁邊都是很忙的車路
當時我們沒什麼機會能好好拍它
照片不重要...是看到它然後 😮😱😍WARGHHH 的那個感覺很難忘
有機會我一定會去到考古發現恐龍的地方🔍
今晚9點有直播 #四土必得 耶
沒事可以來笑我哦
[LIVE here at 9pm TONIGHT!]
#sauropod #saurischian #quadruped #dinosaurs #apatosaurus #brachiosaurus #brontosaurus #diplodocus #mesozoic
sauropod 在 Phạm Dương Ngọc Vlog Facebook 八卦
HÌNH THÀNH VÀ TIẾN HÓA CỦA SỰ SỐNG TRÊN TRÁI ĐẤT
(Đôi khi đọc cái này lại hay)
Trái Đất, hành tinh của chúng ta, khác với những gì mà ta vẫn thấy ngày nay, nó đã bắt đầu cuộc đời của mình từ một khối cầu khủng khiếp mà ngay cả những cảnh tượng ghê gớm nhất trong phim ảnh cũng chẳng thể sánh bằng. Vậy những gì đã làm nên sự sống và văn minh của chúng ta?
Với mô hình hiện đại của Hệ Mặt Trời cùng việc các mẫu đá cổ nhất trên Trái Đất được tìm thấy có tuổi thọ hơn 4 tỷ năm, các nhà khoa học ngày nay đã có thể kết luận Trái Đất hình thành vào khoảng 4,7 tỷ năm trước, là kết quả của sự tạo thành do hấp dẫn của hàng triệu khối đá lớn nhỏ và bụi, khí trên một dải vật chất có quĩ đạo quanh Mặt Trời.
Ban đầu, Trái Đất chỉ là một hành tinh chết nóng rực, các kim loại nặng chìm dần vào trong và nóng chảy, đẩy các vật chất nhẹ lên trên và nguội dần. Trái Đất lúc này có hình dạng là một quả cầu khổng lồ màu đen với những vêt nứt sáng do phần vật chất nóng chảy bên trong. Chính các vết nức này sẽ còn tiếp tục tồn tại hàng tỷ năm nữa, thường xuyên trở thành nhân tố quyết định cho sự tồn vong của sự sống trên hành tinh.
4,3 tỷ năm trước, một hành tinh với kích thước của Sao Hỏa tên là Theia (cùng hình thành trong giai đoạn đầu của Hệ Mặt Trời) tiến về phía Trái Đất. Cú va chạm là một thảm họa thật sự, nhưng lại cũng là điều kiện tiên quyết cho sự sống của chúng ta sau này.
Trước tiên, nó làm mật độ vật chất trên Trái Đất trở nên đều hơn, giống như khi bạn xóc tung một lọ đựng nhiều loại kẹo cùng lúc. Tiếp theo, nó tạo thành Mặt Trăng. Vật chất từ bề mặt của cả 2 hành tinh bắn tung lên không gian, tạo thành một dải vật chất chuyển động trên quĩ đạo quanh Trái Đất, giống như vành đai của Sao Thổ và các hành tinh lớn ngày nay. Lực hấp dẫn lần nữa lại đóng vai trò của đấng sáng tạo, nó tập hợp các mảnh vụn lại, tạo thành Mặt Trăng.
Lúc này, Mặt Trăng ở rất gần Trái Đất và Trái Đất thì quay rất nhanh. Nếu mọi chuyện cứ tiếp diễn như vậy thì sự sống đã khó mà hình thành. Nhưng nhờ sự có mặt của Mặt Trăng mà Trái Đất quay chậm dần lại do ảnh hưởng của hấp dẫn, còn lực ly tâm lại đẩy Mặt Trăng xa dần, tránh cho chúng ta những cơn thủy triều còn mạnh hơn hàng chục lần những đợt sóng thần khủng khiếp nhất ngày này. Đó là thời kì khoảng 4,1 tỷ năm trước khi đại dương và khí quyển (không có oxy) đang hình thành.
Khoảng 4,1 tới 3,8 tỷ năm trước, Trái Đất bị lấp đầy bởi đại dương do sự lạnh đi của Trái Đất cho phép sự tồn tại của nước lỏng. Các tiểu hành tinh nhỏ và các thiên thạch liên tiếp bắn phá Trái Đất, chúng là các tàn dư trong thời kì đầu của Hệ Mặt Trời. Chính các thiên thạch này mang theo các tinh thể ngậm nước và cả các hợp chất hữu cơ đơn giản nhất vào lòng đại dương, nơi sự sống sẽ phát sinh sau này.
3,8 tỷ năm trước, Trái Đất bước vào thời kì Archaean (đại thái cổ). Đây là giai đoạn giữa của thời kì tiền Cambri. Từ các hợp chất hữu cơ đầu tiên mang đến ừ các thiên thạch tấn công Trái Đất, Axit amin hình thành trong đại dương, các tế bào đơn giản nhất đầu tiên được hình thành. Khác với chúng ta ngày nay, chúng được cấu tạo trên cơ sở của các phân tử RNA (Ribonucleic acid, khác với DNA là Deoxyribonucleic acid cấu tạo nên động thực vật hiện nay). Ngày nay chúng ta đã tìm thấy hóa thạch của những dạng sống đâu tiên có tuổi lớn nhất là 3,5 tỷ năm. Các tế bào đầu tiên từ ban đầu là dạng sống đơn bào, kết hợp dần thành các lớp dày hơn là các khối stromatolite, chúng là dạng sống đầu tiên xuất hiện quá trình quang hợp cung cấp oxy cho hành tinh chúng ta. Hợp chất glucose đơn giản đầu tiên (đường) cũng đã hình thành.
3 tỷ năm trước, đại dương đã được bơm đầy oxy, sắt trong đại dương bị oxy hóa và chìm sâu xuống thành các quặng sắt, những công trình kiến trúc ngày nay chúng ta có đã được làm từ thứ quặng 3 tỷ năm tuổi này.
2,5 tỷ năm trước, thời kì Proterozoic (đại nguyên sinh) bắt đầu. Đây là thời kì phát triển đầu tiên của các loài sinh vật sơ khai trên Trái Đất, giai đoạn cuối của thời tiền Cambri. Các thực vật đa bào đầu tiên xuất hiện vào thời gian khoảng 1,2 tỷ năm trước với cấu tạo phức tạp hơn từ các DNA thay vì RNA như trước.
Tuy nhiên sự phát triển của sự sống chưa được lâu thì nó bị buộc phải ngừng lại. Thời gian gần như ngừng trôi khi Trái Đất bước vào giai đoạn đóng băng toàn cầu dài nhất và mãnh liệt nhất trong lịch sử. 850 triệu năm trước, mật độ oxy quá cao trong khí quyển ngăn cản việc hấp thụ ánh sáng Mặt Trời, Trái Đất không được tiếp nhiệt nên lạnh đi và đóng băng dần. Càng nhiều băng thì ánh sáng Mặt Trời càng phản xạ ngược lại do cả hành tinh lúc này như một tấm gương khổng lồ không hề hấp thụ chút ánh sáng nào.
Thời kì này kéo dài tới hơn 200 triệu năm. Chúng ta biết rằng loài người ngày nay với lịch sử dường như là rất rất dài thực ra mới xuất hiện văn minh và trí tuệ thật sự ở cuối kỉ băng hà, khoảng 15-20.000 năm trước. Trong khi chỉ nguyên thời kì đóng băng cả hành tinh nay đã dài tới hơn 200 triệu năm. Cả Trái Đất khi đó là một quả cầu băng khổng lồ, không một dấu vết của sự sống, của hơi ấm Mặt Trời, bất cứ tia sáng nào từ Mặt Trời đều bị dội ngược lại không gian.
630 triệu năm trước, nguồn dung nham nóng chảy trong lòng Trái Đất được đánh thức, trở thành vị cứu tinh cho sự sống trên hành tinh. Các núi lửa sau hàng trăm triệu năm ngủ yêu đã thức giấc và phun trào, chúng phá vỡ một số điểm đóng băng trên bề mặt Trái Đất, phun dung nham lên bề mặt, và quan trọng nhất trong đó là khí cacbonic. Như ta đã biết, cacbonic chính là tác nhân gây nên hiệu ứng nhà kính, và lúc này đó lại chính vị cứu tinh cho sự sống trên Trái Đất. Không khí hấp thụ được nhiệt độ của Mặt Trời cùng với sự phun trào dung nham làm băng tan dần tạo điều kiện cho những dạng sống sâu nhất dưới đại dương vẫn còn tồn tại nay lại có cơ hội tiến hóa. Quá trình tan băng này kéo dài khoảng vài triệu năm.
580 triệu năm trước, thực vật đa bào đã khá phổ biến và cũng là thời kì đầu tiên của các động vật thân mềm, ngày nay chúng ta đã tìm được những hóa thạch của các động vật thân mềm có tuổi tương đương với thời kì này.
540 triệu năm trước, oxy tiếp tục được bớm đầy khí quyển và ở tầng trên của khí quyển nới trực tiếp đón nhận ánh sáng Mặt Trời, một lớp khi mới được hình thành từ oxy, đó là ozone, nó ngăn cản các bức xạ tia cực tím xuyên vào khí quyển, và đây chính là điều kiện để sự sống xâm chiếm lên mặt đất (lúc này những mảng lục địa đầu tiên đã xuất hiện).
Khoảng 530 triệu năm trước, Trái Đất bước vào thời kì Paleozoic (đại cổ sinh), bắt đâu bằng kỉ đầu tiên là kỉ Cambri. Đây là khoảng thời gian bùng nổ của sự phát triển sinh vật, kéo dài khoảng 30 triệu năm, gọi là thời kì bùng nổ Cambri. Ở dưới biển, các loại động vật phức tạp hơn xuất hiện, điển hình nhất là bọ ba thùy và các họ hàng của nó. Ngoài ra đây là lần đầu tiên có sự xuất hiện của động vật săn mồi, những loài trực tiếp tấn công loài khác lam thức ăn thay vì ăn thực vật nhỏ hay các xác chết trôi nổi.
505 triệu năm trước, giai đoạn tiếp theo của sự phát triển động thực vật bắt đầu, đây là kỉ thứ 2 của Paleozoic, kỉ Ordovic (Ordovician). Đại dương xâm chiếm toàn bộ phần Bắc của Trái Đất và sự phát triển sinh vật tập trung ở lục địa phía Nam là Gondwana. Đây là thời kì phát triển mạnh mẽ của các sinh vật thân mềm và đặc biệt là sự bùng nổ của loài cá. các loài cá đầu tiên xuất hiện chúng thống trị đại dương suốt từ thời kì này tới kỉ Silur (Silurian, 440-410 triệu năm trước) và Devon (Devonian, 410-360 triệu năm trước)
Kỉ Devon, 410 triệu năm trước, một loài cá tên là Tetrapods tiếp xúc với đất liền và dùng vây của nó để bò dần lên. Sau hàng triệu năm tiến hóa, chúng đã lên hẳn mặt đất, tiến hóa thành các động vật đầu tiên trên cạn, tiếp theo chúng là loài Ichthyostega. Ngoài ra, đây cũng là thời kì phát triển của các loài côn trùng khá giống ngày nay như những con chuồn chuồn hay các loài chân đốt, nhưng với những kích thước rất lớn so với ngày nay. Không chỉ thế, các loài thực vật cũng phát triển với kích thước khổng lồ, cao tới hàng chục mét do nồng độ cao của oxy trong không khí.
Từ 360 triệu đến 286 triệu năm trước kỉ Carbon (còn gọi là kỉ than). Đây là thời kì 1 loạt cây cối chết đi và nằm lại trong lòng đất, kết thành các mỏ than đá ngày nay. Quan trọng nhất cần nhắc tới, đây là thời kì động vật bắt đầu đẻ trứng trên mặt đất. Ta nên biết rằng trước giai đoạn carbon này, các loài động vật ngay cả để bắt đầu xâm chiếm thế giới trên cạn như một số loài bò sát, ếch nhái nhưng vẫn có thói quen đẻ trứng dưới nước do con non trong trứng cần có đủ độ ẩm mới có thể tồn tại tới khi trào đời. Nhưng đến thời kì này, bò sát đã tiến hóa để có thể đẻ ra những quả trứng có chứa nước cung cấp trực tiếp cho con non.
Các cây lớn chết đi tạo thành than đá, trong khi đó lại một thế hệ cũng không kém phần to lớn xuất hiện thay thế, đó là những cụm rêu cao tới 30m, những cây cỏ đuôi ngựa và dương xỉ cao trên 15m, chúng tràn ngập khắp lục địa Gondwana.
Từ 286 đến 248 triệu năm trước, Trái Đất bước vào thời kì cuối cùng của đại cổ sinh Paleozoic, đó là kỉ Permy (Permian). Đây là thời kì rất quan trọng trong sự phát triển của động vật. Một số loài bò sát tiến hóa thành các giai đọan đầu của động vật có vú. Tuy nhiên, thật đáng tiếc, động vật có vú đã không phát triển dễ dàng như vậy, loài therapsids cùng rất nhiều loài động vật (chủ yếu là bò sát) thời đó đã là nạn nhân của thảm họa tuyệt chủng khủng khiếp nhất trong lịch sử Trái Đất: đại tuyệt chủng Permy.
Đến nay, vẫn còn nhiều ý kiến chưa thống nhất về nguyên nhân của thảm họa này, nhưng đa phần ý kiến cho rằng nguyên nhân của cuộc đại tuyệt chủng là sự hợp nhất hai lục địa Laurasia và Gondwana thành đại lục địa Pangaea. Cú va chạm làm xáo trộn địa hình của cả 2 lục địa lớn dẫn đến động đất, núi lửa trên qui mô toàn lục địa hủy diệt các sinh vật. Nhưng nơi bị tiêu diệt ghê gớm nhất lần nàylaij là các loài sinh vật ở đại dương, có tới 95% số loài đã vĩnh viễn biến mất sau đại tuyệt chủng này.
Cuộc đại tuyệt chủng này đánh dấu kết thúc kỉ Permy, chuyển sang thời kì tiếp theo gọi là Mesozoic (đại trung sinh).
248 triệu năm trước là khởi điểm của đại Mesozoic, khi cuộc đại tuyệt chủng đã kết thúc. Tại đại dương cũng như trên cạn, sự biến đổi đã ngừng lại, nhưng điều kiện tự nhiên đã không còn như trước, và một số loài tỏ ra thích nghi tốt hơn các loài khác, chúng phát triển trở thành những kẻ thống trị hành tinh. Kỉ đầu tiên của Mesozoic là kỉ Trias (kỷ Tam Điệp), nơi đánh dấu sự bắt đầu của cái mà người ta gọi là triều đại của khủng long. Đây là thời kì phát triển hưng thịnh nhất trong lịch sử của loài bò sát. Tổ tiên của động vật có vú vẫn tiếp tục tồn tại và duy trì cho sự bùng nổ của động vật có vú và kết quả cuối cùng là chúng ta sau này.
Tuy nhiên vào thời kì Trias này, các động vật có vú và cả các loài cá đều tỏ ra hết sức lép vế so với sự thống trị của khủng long. Chúng có mặt ở khắp nơi với kích thước từ nhỏ tới lớn, và ở đủ dạng sống. Trong khi ở đáy đại dương, những kẻ thống trị là Ichthyosaurus hay là Nothosaurus trong một thời gian dài, thì trên mặt đất khủng long còn thịnh vượng hơn. Chúng chia ra làm 3 nhóm chính là theropods (các loài săn mồi như T-rex, Coelophysis hay Allosaurus), nhóm sauropod gồm những con thằn lằn cổ dài như Apatosaurus, Mamenchisaurus và cuối cùng là nhóm ornithischian gồm các loài như Triceratops (khủng long 3 sừng), Stegosaurus (khủng long áo giáp) hay cả những con Iguanodon như bạn từng thấy trong bộ phim nổi tiếng Dinosaur của Walt Disney.
213 triệu năm trước kỉ Jura bắt đầu. Đây là giai đoạn giữa của Mesozoic. Pangaea lại một lần nữa nứt vỡ thành Laurasia và Gondwana. Tại các vết nứt vỡ, xuất hiện sự tiêu hủy của hàng loạt sinh vật gồm cả thực vật và các loại cá và động vật biển. Chúng lắng xuống và tạo thành các mỏ dầu ngày nay, đây là một điểm rất quan trọng trong lịch sử địa chất của Trái Đất và đóng góp không nhỏ cho thế giới hiện đại của chúng ta ngày nay.
Trong khi đó trên mặt đất các loài bò sát vẫn tiếp tục phát triển. Đến giữa kỉ Jura chúng đã thống trị cả trên không, mặt đất và đại dương với số lượng các loài tăng lên rất nhiều so với thời kì Trias. Dưới đại dương, những con plesiosaurs xuất hiện và cai trị đáy biển.
Trong khi đó thống trị bầu trời là pterosaurs, những con thằn lằn có cánh. Tuy nhiên chúng lại không phải tổ tiên của loài chim sau này. Loài chim ngày nay đã bắt đầu cũng chính từ kỉ Jura, một loài khủng long ăn thịt trên mặt đất đã tiến hóa, mọc thêm lông vũ trở thành một loài chuyển tiếp giữa bò sát và chim.
Động vật có vú thời kì này chỉ là những con thú nhỏ như những con chuột ngày nay, chúng phải sống trong sự lẩn trốn để thoát khỏi sự săn đuổi của loài khủng long.
145 triệu năm trước, Trái Đất bước sang kỉ Creta (kỉ Phấn Trắng), đây là giai đoạn cuối trong triều đại của khủng long và cũng là kỉ cuối cùng của đại Mesozoic.
Điểm đáng nói nhất của thời kì này chính là sự xuất hiện của các loài cây có hoa, được côn trùng thụ phấn, thay thế cho thế hệ cây cũ gồm chủ yếu là dương xỉ và các cây lá kim. Các loài khủng long đã không còn phát triển thịnh vượng như trước do sự thay đổi của thảm thực vật như vậy. Tuy nhiên chúng vẫn là những kẻ cai trị bất bại cho đến tận thời điểm 65 triệu năm trước.
Đại đa số các ý kiến hiện nay nghiêng về giả thuyết một tiểu hành tinh hủy diệt, do nó có được bằng chứng về Iridium (một thứ chỉ có thể đến từ ngoài Trái Đất) với tuổi thọ khoảng 65 triệu năm tìm thấy ở Trung Mỹ, khu vực vịnh Mexico. Giả thuyết này cho biết một tiểu hành tinh với đường kính hơn 10km trong Hệ Mặt Trời đã lao về phía Trái Đất. Cú va đập khủng khiếp đã tạo ra vịnh Mexico ngày nay và một đợt sóng thần cũng như động đất lớn nhất trong toàn bộ đại Mesozoic.
Quan trọng hơn, nó gây ra những biến chuyển lớn về khí hậu. Núi lửa phun trào ghê gớm cùng những đợt tấn công của thiên thạch giết chết hàng loạt các loài động vật cỡ lớn. Bụi và muội than từ núi lửa cũng như các va chạm che phủ bầu trời, ngăn ánh sáng Mặt Trời chiếu tới mặt đất gây ra sự chết hàng loạt của các loại cây. Mọi nguồn cung cấp lương thực bị cạn kiệt cùng sự biến chuyển về nhiệt độ bất ngờ chính là yếu tố quan trọng nhất dẫn đến sự tuyệt chủng của loài khủng long.
Tuy nhiên, so về mức độ thì vụ va chạm này chưa thể sánh được với đại tuyệt chủng Permy. Chính vì vậy vẫn có những loài bò sát nhỏ, các loài chim tồn tại được do nhu cầu ít hơn về lượng thức ăn, cũng như dễ dàng lẩn trốn những tác động của thảm họa. Và quan trọng nhất là các tổ tiên động vật có vú của chúng ta, chúng đã tồn tại qua thảm họa để bước vào thời kì tiếp theo của lịch sử Trái Đất.
Đại Cenozoic (tân sinh)
Một thế giới vắng bóng khủng long trở nên trống trải trong một thời gian dài khi loài chim chưa phát triển mạnh mẽ còn động vật có vú thì đã quen việc ẩn nấp dưới hang sâu để tránh khủng long. Cho tới thời điểm, gần 60 triệu năm trước, động vật có vú mới ngoi lên mặt đất và phát triển thành nhiều dạng từ kẻ săn mồi tới con mồi, và kẻ thù không nhỏ của chúng thời đó là những con chim ăn thịt khổng lồ.
Khoảng 55 triệu năm trước vào cuối thời kì Palaeocene (một bộ phận của Cenozoic), động vật linh trưởng bắt đầu xuất hiện ở các vùng nhiệt đới và cận nhiệt đới với những đặc điểm linh hoạt hơn hẳn các loài khác cho phép chúng thích nghi với môi trường sống: bàn chân trước (sau này là tay) có 5 ngón với ngón cái đối diện với 4 ngón còn lại cho phép cầm nắm, chuyền cành; cổ linh hoạt cho phép quan sát từ nhiều hướng... Đó chính là tổ tiên đầu tiên của chúng ta ngày nay.
Vào thời Eocene ngay sau Palaeocene từ 55 đến 33,7 triệu năm trước, khí hậu đã ấm hơn, rừng nhiệt đới mở rộng từ xích đạo trong khi băng tập trung ở 2 cực, nhất là Nam Cực, có sự xuất hiện của nhiều loại cây và cả động vật giống với ngàynay trong đó đáng kể nhất là các loài móng guốc và một số loài linh trưởng gần với chúng ta hơn.
Đáng chú ý thời kì này là hai nhóm động vật móng guốc là Artiodactyla (tổ tiên của các loài hươu hiện nay) và Perissodactyla (tổ tiên của loài ngựa và tê giác), chúng là các động vật phổ biến thời kì này. Loài ngựa khi đó khá nhỏ, chỉ như những con chó nhỏ ngày nay. Sau này chúng tuyệt chủng dần chỉ còn một ít sống sót phát triển thành ngựa, ngựa vằn và tê giác ngày nay.
Một nhánh động vật cũng rất đáng chú ý và quan trọng trong lịch sử phát triển sự sống là những con Mesonychids có hình dạng gần giống chó soi và linh cẩu, chúng là các động vật săn mồi của thời kì hơn 30 triệu năm trước. Do tự thích nghi thuận lợi với môi trường nước, chúng rời bỏ mặt đất, thích nghi dần với môi trường sống mới và sau này tiến hóa thành loài cá voi ngày nay.
Những tổ tiên thật sự gần của loài người chỉ xuất hiện vào khoảng 3,7 triệu năm trước, đó là thời điểm xa nhất mà đến nay chúng ta có thể ghi lại được dấu chân của loài vượn người đã có thể đi bằng hai chân. Loài này có tên Australopithecus, phát triển trong các vùng rừng châu Phi. Sự sa mạc hóa của lục địa này khiến rừng biến thành sa mạc hoặc thảo nguyên, không còn cây cối để leo chèo, loài Australopithecus mới dần tiến hóa để có thể thích nghi với việc sống thiếu các ngọn cây.
Australopithecus sau này tiến hóa thành Homo habilis với mức độ giống con người ngày nay nhiều hơn, và rồi xa hơn là Homo ergaster, rồi Homo erectus với ít lông hơn, chỉ tập trung chính ở trên đầu, các chức năng cơ thể khá giống với con người ngày nay.
Homo erectus được cho là tổ tiên đầu tiên ở dạng người của loài người chúng ta ngày nay, với bộ não có kích thước khoảng 74% bộ não của con người hiện đại. Đó là khoảng 1,8 triệu năm trước.
Cho tới tận 100.000 năm trước, loài người có trí tuệ đầu tiên mới thật sự xuất hiện, đó là những người Homo sapien. Họ là nhánh phát triển nhất về trí tuệ trong số các nhánh phát triển của thế hệ các loài vượn người Homo. Với sự sa mạc hóa của châu Phi, họ vượt qua ranh giới giữa châu Phi và châu Âu, phân tán trên cả châu Âu và châu Á (ban đầu là vùng Trung Đông) ngày nay và sống cùng các loài động vật kì lạ trong thời gian của kỉ băng hà như những con Mammoth (voi ma mút) hay nhưng loài động vật có vú có hình dáng ít nhiều khác biệt với động vật ngày nay.
Khi kỉ bằng hà bước vào giai đoạn kết thúc khoảng 12.000 năm trước, con người mới thật sự bước vào thời đại của mình với những tổ chức xã hội từ nhỏ đến lớn, từ đơn giản đến phức tạp. Nếu như khủng long từng là loài thống trị Trái Đất lâu nhất trong lịch sử của hành tinh này thì ngược lại, con người chúng ta mới chiếm lĩnh nó trong một khoảng thời gian quá ngắn nhưng lại là loài có tốc độ phát triển ghê gớm nhất về cả dân số, sự phát triển của xã hội và khoa học kĩ thuật. Và những gì chúng ta có hôm nay, kể cả những dòng bạn vừa đọc, chính là kết quả của tất cả quá trình này!
Thiên văn Việt Nam - VACA
sauropod 在 Bearry Channel Youtube 的評價
#BearryChannel #BearryDino #แบร์รี่ท่องโลกดึกดำบรรพ์
**รูปประกอบบางรูปไม่เกี่ยวของกับเนื้อหา เป็นเพียงการนำเสนอเพื่อให้ท่านผู้ชมจินตนาการตามได้อย่างชัดเจนขึ้น โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม**
ที่มาของข้อมูล https://goo.gl/qr5boK
http://goo.gl/BX3Pma
http://goo.gl/MKec8O
https://goo.gl/qOD0bL
http://goo.gl/yzuT3l
ดนตรีประกอบ BGM: Kevin MacLeod - Finding the Balance ศิลปิน: http://incompetech.com/
ดนตรีปิดคลิป Outro Music : Alan Walker - Fade [NCS Release] Link: https://goo.gl/jsGsZY
ติดตามคลิปสนุกอีกมากมายที่ Bearry Family : https://goo.gl/qW5Tcn
ติดตามข่าวสารของเราได้ที่ Facebook Page : https://goo.gl/MZ3rsb
ติดตามคลิปน่าสนใจอื่นๆได้ที่ Bearry Channel https://goo.gl/HysOmh

sauropod 在 MR.KUNMAN GAME CHANNEL Youtube 的評價
?กดกระดิ่งเพื่อติดตามเพื่อที่จะไม่พลาดคลิปใหม่ๆจากทางช่อง ?
?สนับสนุนพี่กัณได้ที่นี่นะครับ!!!! Donation?
? บริจาคผ่านทรูมันนี่ True Wallet : https://tipme.in.th/kunman
? บริจาคผ่าน เบอร์ทรูมันนี่ True Wallet : 082 517 4765
? ธนาคาร กสิกรไทย 868-2-18171-1 ชื่อบัญชี กัณฑสิทธิ์ กาฬาภักดี
? ติดต่อ: Contact email : kunman666@gmail.com
? ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาให้การสนับสนุนกันกันนะครับ ขอให้มีความสุขกลับไปจากคลิปทุกคน
???????????????????????????????
?กดติดตามช่อง MR.KUNMAN GAME CHANNEL?
https://www.youtube.com/channel/UCzUvixTtfI0bm2H3hrtkP2A
?แฟนเพจเพื่อติดตามรับข้อมูลข่าวสารจากทางช่อง?
https://www.facebook.com/Mrkunman-Game-Channel-120651588288120/?ref=bookmarks
???????????????????????????????
?กดติดตามช่องเกมเก่าส์ 30+ Retro gameZAA?
https://www.youtube.com/channel/UCRMb0h2yYnmng_0hjAF7BoQ
???????????????????????????????
ผิดพลาดตรงไหนช่วยกันตินะครับ
ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์
ขอบคุณที่สนับสนุนครับ

sauropod 在 MR.KUNMAN GAME CHANNEL Youtube 的評價
?กดกระดิ่งเพื่อติดตามเพื่อที่จะไม่พลาดคลิปใหม่ๆจากทางช่อง ?
?สนับสนุนพี่กัณได้ที่นี่นะครับ!!!! Donation?
? บริจาคผ่านทรูมันนี่ True Wallet : https://tipme.in.th/kunman
? บริจาคผ่าน เบอร์ทรูมันนี่ True Wallet : 082 517 4765
? ธนาคาร กสิกรไทย 868-2-18171-1 ชื่อบัญชี กัณฑสิทธิ์ กาฬาภักดี
? ติดต่อ: Contact email : kunman666@gmail.com
? ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาให้การสนับสนุนกันกันนะครับ ขอให้มีความสุขกลับไปจากคลิปทุกคน
???????????????????????????????
?กดติดตามช่อง MR.KUNMAN GAME CHANNEL?
https://www.youtube.com/channel/UCzUvixTtfI0bm2H3hrtkP2A
?แฟนเพจเพื่อติดตามรับข้อมูลข่าวสารจากทางช่อง?
https://www.facebook.com/Mrkunman-Game-Channel-120651588288120/?ref=bookmarks
???????????????????????????????
?กดติดตามช่องเกมเก่าส์ 30+ Retro gameZAA?
https://www.youtube.com/channel/UCRMb0h2yYnmng_0hjAF7BoQ
???????????????????????????????
ผิดพลาดตรงไหนช่วยกันตินะครับ
ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์
ขอบคุณที่สนับสนุนครับ

sauropod 在 sauropod | dinosaur infraorder | Britannica 的相關結果
sauropod, any member of the dinosaur subgroup Sauropoda, marked by large size, a long neck and tail, a four-legged stance, and a herbivorous diet. ... <看更多>
sauropod 在 Sauropod 的圖片、庫存照片和向量圖 的相關結果
Diplodocus was a sauropod dinosaur that lived in North America during the late Jurassic. Here. Sauropod Dinosaurs 3D illustration - This is a collection of ... ... <看更多>
sauropod 在 Sauropoda - Wikipedia 的相關結果
Sauropoda whose members are known as sauropods is a clade of saurischian ('lizard-hipped') dinosaurs. Sauropods had very long necks, long tails, ... ... <看更多>