กรณีศึกษา Gmail ยอมขาดทุน เพื่อใหญ่กว่าเดิม /โดย ลงทุนแมน
ในหนึ่งวัน มนุษย์รับส่งอีเมลกัน 293,000 ล้านฉบับ
หรือเฉลี่ย 38 ฉบับต่อคน
ธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มอีเมล จึงมีความสำคัญต่อโลกในยุคนี้เป็นอย่างมาก
ถ้าถามว่า คนใช้อีเมลอะไรมากที่สุด
เมื่อ 20 ปีที่แล้ว คงจะเป็น Hotmail ของ Microsoft
แต่ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่หันมาใช้ “Gmail” ของ Google กันแทน
เพราะอะไร Gmail ถึงแย่งส่วนแบ่งตลาดมาจาก Hotmail ได้สำเร็จ
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
┏━━━━━━━━━━━━┓
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
┗━━━━━━━━━━━━┛
Google เริ่มศึกษาธุรกิจอีเมลมาตั้งแต่ปี 1999
ซึ่งขณะนั้น ผู้นำตลาดคือ Hotmail ของ Microsoft มีสมาชิกอยู่ราว 30 ล้านบัญชี
ต่อมาในวันที่ 1 เมษายน 2004 Google ก็ได้เปิดตัวบริการอีเมลฟรี ชื่อว่า “Gmail”
ตอนแรกผู้คนต่างคิดว่าเป็นเรื่องโกหกฉลองวัน April Fool’s Day
เพราะสิ่งที่ Google นำเสนอ มันดูน่าเหลือเชื่อมากสำหรับยุคนั้น
โดย Gmail ให้พื้นที่เก็บข้อมูลถึง 1,000 MB หรือ 1 GB
สูงกว่าผู้เล่นรายอื่นที่ให้แค่ประมาณ 4 MB
ทำให้สมาชิกไม่ต้องคอยลบอีเมลอยู่บ่อยครั้ง
ถือว่าแก้ปัญหา pain point ของคนที่ใช้อีเมลในยุคนั้นได้อย่างดี
นอกจากนี้ Gmail ยังได้มุ่งเน้นพัฒนาระบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีในการใช้อีเมล
ไม่ว่าจะเป็น การใช้ฟีเจอร์คล้ายเว็บไซต์ Google ค้นหาข้อมูลภายในอีเมลได้ละเอียด
จากเดิมที่เราค้นหาอีเมลยาก
มาตอนนี้เราสามารถหาอีเมลด้วยระบบ algorithm ที่ฉลาดของ Google
และการพัฒนาต่อมาก็คือ การเชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Google Drive ช่วยให้รับส่งไฟล์ และทำงานสะดวกขึ้น
จนในปัจจุบัน Google ได้เริ่มใช้ Machine Learning ของ AI มาคาดเดาประโยคที่เรากำลังจะพิมพ์เลยทีเดียว
ด้วยคุณภาพของแพลตฟอร์ม ที่ส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้อีเมล
จึงทำให้ Gmail ได้รับความนิยม จนมีจำนวนสมาชิกแซงหน้า Hotmail และครองส่วนแบ่งตลาดในที่สุด
ปี 2011
Gmail มีสมาชิก 220 ล้านบัญชี
Hotmail มีสมาชิก 360 ล้านบัญชี
ปี 2019
Gmail มีสมาชิก 1,500 ล้านบัญชี
Outlook (แพลตฟอร์มใหม่แทนที่ Hotmail) มีสมาชิก 400 ล้านบัญชี
อ่านถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะสงสัย
ว่าทำไม Microsoft ถึงไม่พัฒนาฟีเจอร์ของ Hotmail ให้เป็นเช่นนั้น ทั้งที่บริษัทก็มีทรัพยากรมากมายที่จะมาแข่งขันกับ Google
คำตอบคือ 2 บริษัทนี้ ใช้กลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจอีเมลแตกต่างกัน
ธุรกิจ Hotmail สามารถสร้างรายได้ให้ตัวเอง
โดยเงินที่ใช้พัฒนาธุรกิจ ก็จะมาจากค่าโฆษณาบนหน้าแพลตฟอร์มของ Hotmail
แต่ Google สร้าง Gmail ให้เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่
ไม่ได้ให้ Gmail หารายได้โดยตรง
Google เก็บข้อมูลผู้ใช้อีเมล แล้วนำไปวิเคราะห์เพื่อการโฆษณาบนที่อื่น เช่น Search Engine ของตนเอง
เพราะพวกเขามองว่า คนจะกดดูโฆษณาตอนค้นหาข้อมูล มากกว่าตอนเช็กอีเมล
ดังนั้น Gmail จะสร้างมูลค่าเพิ่มต่อแพลตฟอร์มหลักของบริษัท มากกว่าตัวมันเอง
ทำให้ Google พัฒนา Gmail ได้เต็มที่ ทั้งให้เนื้อที่จำนวนมาก และไม่มีโฆษณา โดยไม่ถูกจำกัดว่าผลิตภัณฑ์นี้จะขาดทุนหรือไม่ เพราะบริษัทมีรายได้จากค่าโฆษณาใน Search Engine มหาศาลอยู่แล้ว
และถึงแม้ต่อมา คู่แข่งรายอื่นจะเสนอฟีเจอร์ต่างๆ ขึ้นมาทัดเทียมกัน ก็ไม่อาจดึงดูดคนไปจาก Gmail ได้ เพราะคนคุ้นชิน และไม่มีเหตุผลจูงใจมากพอในการเปลี่ยนไปอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง
ในทางทฤษฎี เราสามารถสมัครอีเมลใหม่ได้ทุกเมื่อ
แต่ในทางปฏิบัติ เราคงไม่ได้เปลี่ยนอีเมลกันบ่อยๆ เพราะเราได้ใช้มันเป็นบัญชีในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นมากมายไปแล้ว ทำให้ธุรกิจนี้มี Barriers to Entry อยู่พอสมควร
ในขณะที่คู่แข่งรายอื่นก็ไม่สามารถยอมขาดทุนได้แบบ Google เพราะเขาเหล่านั้นไม่มีแพลตฟอร์มหลักในการหารายได้
อย่างไรก็ตาม การเก็บข้อมูลส่วนตัวจากอีเมล ส่งผลให้เกิดประเด็นถกเถียงด้านความเหมาะสม
จนเมื่อปี 2017 นั้น Google ก็ได้ประกาศยุติใช้ข้อมูลจาก Gmail มาวิเคราะห์เพื่อการโฆษณา
ในตอนนี้ Google จึงเน้นให้ Gmail เป็นหน้า portal นำไปสู่การใช้ผลิตภัณฑ์อื่นของ Google เช่น การซื้อเนื้อที่เพิ่มจาก Google Drive หรือ การใช้ Docs, Sheets, Slides และในช่วงหลังรายได้จากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ที่เรียกว่า Cloud ก็เติบโตได้ดีเช่นกัน
จากเรื่องนี้ ทำให้เห็นว่า
ในบางครั้ง มูลค่าเชิงธุรกิจของผลิตภัณฑ์
ไม่ได้อยู่ที่ว่า ตัวมันเอง สร้างผลตอบแทนเป็นตัวเงินเท่าไหร่
แต่มูลค่าที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ ซึ่งสร้างประโยชน์ในภาพรวมให้เราได้มากกว่า
แนวคิดนี้ Google ยังนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่น ไม่ใช่เฉพาะ Gmail
ตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัดก็คือ Google Maps
เคยสงสัยไหม ว่าเราใช้แผนที่ของ Google ฟรี แล้ว Google ได้อะไร
คำตอบคือ Google ไม่มีรายได้โดยตรง
แต่มูลค่ามหาศาลที่ซ่อนอยู่ก็คือ
ข้อมูลว่าเราไปไหนบ้างในแต่ละวัน
ถ้าวันนี้มีบางอย่างที่ตัวเรารู้สึกว่า เราทำไปแล้วไม่ได้อะไร
ลองคิดดูดีๆ
สิ่งนั้นมันอาจจะมีประโยชน์ต่อเราในภาพรวมก็เป็นได้
ยอมขาดทุนสิ่งหนึ่ง เพื่อสิ่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม..
┏━━━━━━━━━━━━┓
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
┗━━━━━━━━━━━━┛
References
-https://www.express.co.uk/…/Gmail-account-Google-app-Micros…
-https://www.cnbc.com/…/how-gmail-and-google-beat-yahoo-and-…
-https://en.wikipedia.org/wiki/Gmail
-https://finance.yahoo.com/quote/GOOG/
-https://www.lifewire.com/how-many-emails-are-sent-every-day…
-https://variety.com/…/n…/google-gmail-ads-emails-1202477321/
同時也有80部Youtube影片,追蹤數超過52萬的網紅AnDyWuMUSICLAND,也在其Youtube影片中提到,I'm back! Thank you guys for staying with me throughout the time. I had no chance to survive without the support from you guys. From May 20 to July ...
「google drive download」的推薦目錄:
- 關於google drive download 在 ลงทุนแมน Facebook
- 關於google drive download 在 ลงทุนแมน Facebook
- 關於google drive download 在 ลงทุนแมน Facebook
- 關於google drive download 在 AnDyWuMUSICLAND Youtube
- 關於google drive download 在 Kan Atthakorn Youtube
- 關於google drive download 在 JinnyboyTV Youtube
- 關於google drive download 在 Can't Download The File Try Enabling Third Party Cookies 的評價
- 關於google drive download 在 雲端直送!裝個外掛直接把YouTube 影片下載到Google Drive 的評價
google drive download 在 ลงทุนแมน Facebook 八卦
ประเทศ FANGMAN /โดย ลงทุนแมน
อุตสาหกรรมเทคโนโลยี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นธุรกิจหลักของโลกอย่างชัดเจน
และดูเหมือนว่า นับวันจะยิ่งเติบโตทิ้งห่างคนอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
โดยเฉพาะบริษัทกลุ่มหนึ่ง ซึ่งถูกจับตามองเป็นพิเศษ
กลุ่มที่สมาชิกประกอบไปด้วยบริษัทชั้นนำ 7 แห่ง
กลุ่มที่สินค้าและบริการ เข้าไปอยู่ในทุกอิริยาบถของชีวิตประจำวันมนุษย์
กลุ่มที่มีมูลค่าหลักทรัพย์รวมกันใหญ่กว่า GDP ประเทศมหาอำนาจ
ลงทุนแมนขอเรียกแทนพวกเขาว่า “ประเทศ FANGMAN”
╔═══════════╗
อัปเดตสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจกับ Blockdit
มีพอดแคสต์ให้ฟังระหว่างเดินทางด้วย
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ก่อนอื่น ขอให้ลองนึกภาพว่า FANGMAN เป็นประเทศหนึ่งที่บรรยากาศบ้านเมืองเต็มไปด้วยความล้ำสมัยทางเทคโนโลยีในแทบทุกด้าน
และมีสมาชิกกลุ่ม 7 บริษัท ได้แก่ Facebook, Amazon, Netflix, Google, Microsoft, Apple, Nvidia เปรียบเสมือนเมืองต่างๆ ภายในประเทศ
หลายคนอาจสังเกตเห็นแล้วว่า ชื่อประเทศ FANGMAN นั้นถูกตั้งมาจากอักษรตัวแรกของชื่อเมืองที่กล่าวไปเรียงตามลำดับนั่นเอง
ทีนี้เรามาลองเดินทางไปทำความรู้จักกับแต่ละเมืองกันสักเล็กน้อย
เมืองแรก - Facebook
ที่นี่คือศูนย์กลางของการติดต่อสื่อสาร โดยเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Instagram และแอปพลิเคชันแช็ตอย่าง WhatsApp, Messenger ซึ่งทุกรายล้วนมีฐานผู้ใช้งานสูงเกิน 1,000 ล้านบัญชี
ถ้าเปรียบเทียบ Facebook เป็นเมืองจริงในโลกนี้ก็คงต้องเป็น “เมืองลอนดอน” ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางการติดต่อทั้งด้านการเงินและเศรษฐกิจ ของผู้คนทั่วโลกทั้งฝั่งสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย
เมืองที่สอง - Amazon
ใครอยากชอปปิง ต้องไปเยือนเมืองนี้ เพราะ Amazon เป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม E-commerce รายใหญ่ ที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย และจัดส่งให้ลูกค้าอย่างรวดเร็ว โดยปี 2019 สามารถครองส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกออนไลน์สหรัฐอเมริกา ได้ถึง 52%
นอกจากนั้นเมือง Amazon ยังเป็นที่อยู่ของบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลก นั่นคือ คุณเจฟฟ์ เบโซส ซึ่งมีทรัพย์สินมูลค่า 5.9 ล้านล้านบาท
ถ้าเปรียบเทียบ Amazon เป็นเมืองจริงในโลกนี้ก็คงต้องเป็น “เมืองปารีส” ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางการชอปปิงในโลกนี้ และมีสินค้าแบรนด์เนมมากมายเกิดขึ้นที่เมืองนี้
เมืองที่สาม - Netflix
นี่อาจเป็นเมืองในฝันของคนที่ชื่นชอบความบันเทิง เนื่องจาก Netflix คือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มภาพยนตร์ออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ล่าสุดมีจำนวนสมาชิกอยู่ทั้งหมด 183 ล้านบัญชี
ถ้าเปรียบเทียบ Netflix เป็นเมืองจริงในโลกนี้ก็คงต้องเป็น “เมืองลอสแอนเจลิส” ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางความบันเทิง และเป็นที่ตั้งของฮอลลีวูด แหล่งรวมสตูดิโอภาพยนตร์หลายค่าย
เมืองที่สี่ - Google หรือชื่อทางการคือ Alphabet
ที่นี่เป็นเหมือนหอสมุดแห่งชาติ เพราะว่ามีคนเข้าไปค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ Google สูงถึง 3,500 ล้านครั้งต่อวัน รวมทั้งยังให้บริการแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลประเภทต่างๆ อีกมากมาย เช่น YouTube, Google Chrome, Google Maps, Gmail, Google Drive
ถ้าเปรียบเทียบ Google เป็นเมืองจริงในโลกนี้ก็คงต้องเป็น “เมืองบอสตัน” ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางความรู้ และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดังมากมาย ทั้งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)
เมืองที่ห้า - Microsoft
นักธุรกิจ คนทำงาน จะชอบเมืองนี้เป็นอย่างมาก เพราะเมืองนี้จะมีเครื่องมือให้นักธุรกิจได้ต่อยอดการทำงานของพวกเขาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการรับสมัครตำแหน่งงานใหม่ๆ อีกด้วย เมืองนี้ก็คือ Microsoft เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับคอมพิวเตอร์รายใหญ่ ที่ทุกคนต้องเคยใช้ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น ระบบปฏิบัติการ Windows หรือโปรแกรม Microsoft Office ซึ่ง Microsoft Team ซอฟต์แวร์ประชุมทางไกลก็กำลังเป็นที่นิยมในเวลานี้ และ Microsoft ยังเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม Linkedin ที่เป็นตัวกลางในการหางานของผู้คนทั่วโลกอีกด้วย
ถ้าเปรียบเทียบ Microsoft เป็นเมืองจริงในโลกนี้ก็คงต้องเป็น “เมืองฮ่องกง” ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของนักธุรกิจจากทั่วโลก งานประชุม สัมมนาระดับโลก ก็มักจัดกันที่ฮ่องกง
เมืองที่หก - Apple
นี่คือเมืองใหญ่สุดของประเทศ FANGMAN เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่คอยคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ มาตอบโจทย์การใช้งานผู้บริโภคอยู่เสมอ เช่น iPhone, iPad, Apple Watch, AirPods
ถ้าเปรียบเทียบ Apple เป็นเมืองจริงในโลกนี้ก็คงต้องเป็น “เมืองโตเกียว” ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของนวัตกรรมด้านนี้ ถ้าจะหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำรุ่นล่าสุด ก็คงต้องมาที่เมืองนี้
เมืองสุดท้าย - Nvidia
นี่คือเมืองแห่งสีสัน เมืองที่สามารถทำให้เรื่องราวในชีวิตของเราสนุกขึ้นได้ สินค้าขึ้นชื่อของเมืองนี้คือ หน่วยประมวลผลกราฟิกคอมพิวเตอร์ ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งธุรกิจได้สูงถึง 73% ของตลาด หน่วยประมวลผลกราฟิกคอมพิวเตอร์จะใช้ในการประมวลภาพให้เราได้เล่นเกมอย่างลื่นไหล ประมวลภาพให้เราผลิตงานวิดีโอได้สวยงาม ประมวลภาพให้รถขับด้วยตัวเองโดยอัตโนมัติ
ถ้าเปรียบเทียบ Nvidia เป็นเมืองจริงในโลกนี้ก็คงต้องเป็น “กรุงเทพมหานคร” ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของความสนุก ทุกคนที่ได้มาท่องเที่ยวเมืองนี้ จะได้ภาพสวยงามที่ประทับใจกลับไป และอยากจะกลับมาที่เมืองนี้อีกครั้ง
จะเห็นได้ว่า ทุกเมืองมีจุดเด่นแตกต่างกันไปตามเทคโนโลยีที่ตัวเองถนัด
แต่ไม่ว่าจะเป็น ลอนดอน ปารีส ลอสแอนเจลิส บอสตัน ฮ่องกง โตเกียว กรุงเทพมหานคร
ทุกเมืองที่มีอยู่จริงเหล่านี้กำลังจะถูกประเทศ FANGMAN แย่งตลาดเข้าไปในโลกเสมือน
คำถามคือ เมื่อเมืองเสมือนจริงเหล่านี้ รวมตัวกันเป็นประเทศ FANGMAN จะมีขนาดใหญ่แค่ไหน?
ทุกวันนี้ สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี กลายเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้เสียแล้ว เพราะมันช่วยทำให้ชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้นกว่าเดิมมาก
ด้วยเหตุนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทกลุ่ม FANGMAN จึงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับมูลค่าหลักทรัพย์ ที่เพิ่มขึ้นจนสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
อันดับ 1 Apple มูลค่า 52 ล้านล้านบาท
อันดับ 2 Microsoft มูลค่า 51 ล้านล้านบาท
อันดับ 3 Amazon มูลค่า 50 ล้านล้านบาท
อันดับ 4 Alphabet มูลค่า 33 ล้านล้านบาท
อันดับ 6 Facebook มูลค่า 22 ล้านล้านบาท
อันดับ 18 Nvidia มูลค่า 8 ล้านล้านบาท
อันดับ 20 Netflix มูลค่า 7.5 ล้านล้านบาท
และถ้ารวมทุกบริษัทเข้าด้วยกัน FANGMAN จะมีมูลค่าทั้งหมด 223 ล้านล้านบาท
ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคิดเป็น 28% ของดัชนี S&P 500 หรือพูดง่ายๆ หุ้นแค่ 7 ตัว ก็มีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่าหุ้นใหญ่ 500 ตัวแรกของตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาแล้ว
ต่อมา ลองนำ FANGMAN ไปเปรียบเทียบกับประเทศ
เนื่องจากประเทศต่างๆ จะไม่มีมูลค่า Market Cap ที่เราใช้วัดมูลค่าบริษัท
ดังนั้นเราจะประเมินมูลค่าประเทศ จาก GDP แทน
โดยให้ GDP ต่อ มูลค่าประเทศ เท่ากับ 1:1
(จริงๆ แล้ว GDP เปรียบเสมือนรายได้ ในที่นี้ก็คือการให้ Price/Sale = 1 ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีจะมี Price/Sale ที่สูงกว่า 1 แต่อย่างไรก็ตาม Price/Sale = 1 เป็นตัวเลขที่เหมาะสมในการให้มูลค่าของบริษัทโดยทั่วไป)
GDP ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุด 5 อันดับแรกของโลก มีดังนี้
สหรัฐอเมริกา 671 ล้านล้านบาท
จีน 449 ล้านล้านบาท
ญี่ปุ่น 159 ล้านล้านบาท
เยอรมนี 120 ล้านล้านบาท
อินเดีย 90 ล้านล้านบาท
หมายความว่า หาก FANGMAN เป็นประเทศจริงๆ พวกเขาจะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกทันที เป็นรองเพียงแค่ สหรัฐอเมริกา และจีน
นอกจากนั้น ยังใหญ่กว่าเศรษฐกิจเยอรมนีกับอินเดีย สองประเทศรวมกันเสียอีก
และใหญ่กว่ามูลค่า GDP ประเทศไทยถึง 13 เท่า..
ที่น่าสนใจคือ ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว FANGMAN เพิ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 131 ล้านล้านบาท
เท่ากับว่า ทั้งกลุ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น 70% ภายในระยะเวลา 365 วัน
ซึ่งหลายคนอาจประหลาดใจ ถ้าบอกว่าปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ คือการแพร่ระบาดของโรคระบาด COVID-19
เพราะการที่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่สามารถทำกิจกรรมบางอย่างได้เหมือนอดีต ได้กลายเป็นตัวเร่งให้ผู้คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งผลให้หลายธุรกิจของ FANGMAN ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ
เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า
มนุษย์กำลังเดินเข้าสู่ยุคใหม่ของประวัติศาสตร์ ที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในทุกย่างก้าวของชีวิต
ดังนั้นต่อไป ผู้ที่สามารถกำหนดทิศทางความเป็นไปของโลกได้
อาจไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจ อย่างสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป หรือรัสเซีย
แต่เป็นขั้วอำนาจใหม่ที่ถือครองเทคโนโลยี
ซึ่งก็คือประเทศ FANGMAN..
╔═══════════╗
อัปเดตสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจกับ Blockdit
มีพอดแคสต์ให้ฟังระหว่างเดินทางด้วย
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - ลงทุนแมน
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-https://thetradable.com/stocks/fangman-market-cap-is-now-higher-than-combined-gdp-of-germany-italy-and-indonesia
-https://www.dogsofthedow.com/largest-companies-by-market-cap.htm
-https://financesonline.com/amazon-statistics/
-https://www.windowscentral.com/amd-tops-nvidia-gpu-sales-according-report
-https://tradingeconomics.com/
google drive download 在 ลงทุนแมน Facebook 八卦
Google เห็นอะไรใน Fitbit / โดย ลงทุนแมน
เมื่อไม่นานมานี้ วงการเทคโนโลยีมีข่าวสำคัญเกิดขึ้น
นั่นคือ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการแบรนด์ Fitbit ที่ราคา 64,000 ล้านบาท
ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นการต่อสู้อันดุเดือด
ในตลาดนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ หรือ Smartwatch
เรื่องราวการขยับตัวของ Google ครั้งนี้ น่าสนใจอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Alphabet เป็นบริษัทที่ใหญ่อันดับ 4 ของโลก ปัจจุบันมีมูลค่าตลาด 27 ล้านล้านบาท
โดยประกอบธุรกิจหลัก ในการให้บริการสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์โลก เช่น
Google เว็บไซต์ค้นหาข้อมูล
YouTube เว็บไซต์ดูวิดีโอออนไลน์
Google Chrome เว็บเบราว์เซอร์ท่องโลกอินเทอร์เน็ต
Google Maps บริการแผนที่และแนะนำเส้นทาง
Google Drive บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์
Gmail บริการเกี่ยวกับอีเมล
Android ระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
อย่างไรก็ตาม จะสังเกตได้ว่า ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของ Google ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็น ซอฟต์แวร์
แต่สิ่งที่บริษัทยังไม่สามารถสร้างให้โดดเด่นในสายตาผู้บริโภคได้สักเท่าไหร่ ก็คือ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์
ซึ่งสินค้าฮาร์ดแวร์ที่ Google สนใจที่จะลงทุน เนื่องจากมีศักยภาพในการเติบโตสูง ได้แก่
นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ หรือ Smartwatch
ในปัจจุบัน อุตสาหกรรม Smartwatch มีมูลค่าอยู่ที่ 2.8 แสนล้านบาท
และภายในปี 2025 มีการคาดการณ์ว่า มันจะพุ่งเป็น 9.4 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่า
โดยผู้ประกอบการในตลาด มีส่วนแบ่งดังต่อไปนี้
Apple 35.8%
Samsung 11.1%
Imoo 9.2%
Fitbit 5.5%
ที่จริง Google เริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้บ้างแล้ว
ไม่ว่าจะเป็น การคิดค้นระบบปฏิบัติการบน Smartwatch ชื่อว่า Wear OS และขายให้กับบริษัทอื่นนำไปใช้
หรือการซื้อเทคโนโลยีเกี่ยวกับ Smartwatch มาจาก Fossil ผู้ผลิตสินค้าแฟชั่น เมื่อช่วงต้นปี 2019
เพียงแต่ว่า จนถึงวันนี้ Google ก็ยังไม่มีแบรนด์นาฬิกา Smartwatch เป็นของตัวเอง
ดังนั้นหากจะเข้าตลาด เพื่อสู้กับผู้นำอย่าง Apple Watch
การเริ่มต้นจากศูนย์ ดูเหมือนจะมีช่องว่างที่เยอะเกินไป
นั่นจึงทำให้ Google ต้องการตัว ผู้ที่มีประสบการณ์และฐานลูกค้าอยู่ในมือ มาพัฒนาต่อยอดแทน
ซึ่งทั้งหมดตรงกับคุณสมบัติของ “Fitbit”
แบรนด์ Fitbit ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2007
ถือเป็นบริษัทในยุคบุกเบิก ที่ทำให้อุปกรณ์สวมใส่เพื่อติดตามข้อมูลสุขภาพ โด่งดังขึ้นมา
และในปี 2017 นั้น Fitbit ยังได้เริ่มผลิต Smartwatch ในชื่อ Ionic และ Versa อีกด้วย
แต่ระยะหลัง บริษัทต้องเจอการแข่งขันที่รุนแรง
ผลิตภัณฑ์ Smartwatch ถูกยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ครองตลาด
ผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ติดตามข้อมูลสุขภาพ ก็ถูก Xiaomi ที่ขายสินค้าราคาถูก เข้ามาแย่งตลาด
ทำให้ผลประกอบการของ Fitbit, Inc. ที่ผ่านมา ชะลอตัวและขาดทุนต่อเนื่อง
ปี 2016 รายได้ 66,000 ล้านบาท ขาดทุน 3,100 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 49,000 ล้านบาท ขาดทุน 8,400 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 46,000 ล้านบาท ขาดทุน 5,600 ล้านบาท
ทั้งนี้ Fitbit เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อปี 2015 ด้วยมูลค่าบริษัท 124,000 ล้านบาท
ผ่านไป 4 ปี สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มูลค่าลดลงเหลือ 48,000 ล้านบาท
แต่วิกฤติครั้งนี้ ทำให้ Google เล็งเห็นโอกาสเข้าซื้อกิจการที่มีของดีซ่อนอยู่ ในราคาไม่แพง
ซึ่งฟีเจอร์ที่คนให้ความสำคัญมากที่สุด สำหรับการใช้งาน Smartwatch คือเรื่องของสุขภาพ
ซึ่ง Fitbit มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ
ในแง่ของซอฟต์แวร์ บริษัทมีการพัฒนาระบบติดตามผลทางสุขภาพ มานาน 12 ปี
ในแง่ของฮาร์ดแวร์ ก็ได้รับความนิยม ด้านดีไซน์ผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม และน่าสวมใส่
นอกจากนี้ Google ยังจะได้ประวัติข้อมูลผู้ใช้ที่ Fitbit มีอยู่กว่า 28 ล้านราย
มาวิเคราะห์เพื่อออกแบบ Smartwatch ให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าต่อไป
และด้วยเงินทุน กับเทคโนโลยีระบบปฏิบัติการต่างๆ ที่ Google มี
น่าจะช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Fitbit ให้มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น
แต่สิ่งที่พึงระวังคือ ข้อมูลสุขภาพส่วนตัวเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน
โดย Fitbit ได้ให้สัญญาว่า จะไม่ขายข้อมูลดังกล่าวเพื่อการโฆษณาของ Google อย่างเด็ดขาด
ปิดท้ายด้วยเรื่องที่น่าสนใจ
รู้หรือไม่ว่า ก่อนหน้านี้ Facebook ก็สนใจซื้อ Fitbit ด้วยเหตุผลเดียวกัน
แต่สุดท้าย ต้องพ่ายแพ้ให้กับ Google ที่ยอมจ่ายเงินสูงกว่าถึง 2 เท่า
จะเห็นได้ว่า บริษัทชั้นนำเหล่านี้ กำลังขยายบริการเพื่อให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมในชีวิตมนุษย์
จากซอฟต์แวร์ ไปสู่ฮาร์ดแวร์
ในอนาคต เราคงจะได้เห็น การแย่งซื้อกิจการในสินค้าฮาร์ดแวร์ชนิดอื่นอีก
เพราะมนุษย์ในอนาคต อาจไม่จำเป็นต้องดูข้อมูลจากแค่สมาร์ตโฟนเสมอไป
ในตอนนี้ มีทั้งนาฬิกา หูฟัง ที่เป็นที่นิยม
ต่อไปอาจเป็น แว่นตา หรือ อุปกรณ์อะไรบางอย่างที่ต่อเข้าสมองเราโดยตรง ก็เป็นได้..
┏━━━━━━━━━━━━┓
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
┗━━━━━━━━━━━━┛
References
-https://www.forbes.com/…/google-buys-fitbit-for-21-billio…/…
-https://time.com/5717726/google-fitbit/
-https://www.businesswire.com/…/Global-Smartwatch-Market-Set…
-https://www.statista.com/…/worldwide-smartwatch-shipment-m…/
-https://www.statista.com/statis…/472600/fitbit-active-users/
-https://thenextweb.com/…/report-facebook-wanted-to-buy-fit…/
-https://finance.yahoo.com/quote/FIT/
google drive download 在 AnDyWuMUSICLAND Youtube 的評價
I'm back! Thank you guys for staying with me throughout the time. I had no chance to survive without the support from you guys.
From May 20 to July 11, my channel was nearly terminated, and more than half of the videos were taken down by RIAA. I was depressed, devastated. I made this Mashup in May, which was the only work I've done throughout the two months. And finally, justice powers through -- My works are all back! Right now, I want to post this mashup as a gift to express how much I appreciate YOUR support and say, "here I am again!"
My Facebook page still cannot be reactivated, so don't forget to like the new one, thanks! https://facebook.com/AnDyWuMUSICLAND
Don't forget to subscribe, and follow my other websites!
https://youtube.com/ADWmusicland
https://instagram.com/ADWmusicland
https://twitter.com/AnDy_Wu_
https://andywumusicland.tumblr.com
https://soundcloud.com/ADWmusicland
(Download links are unavailable because my Google Drive account was disabled.)

google drive download 在 Kan Atthakorn Youtube 的評價
** แก้ลิ้งให้แล้วนะครับ สามารถ Download Green Screen ได้จากลิ้งนี้เลย
link
Youtube : https://www.youtube.com/playlist?list=PL1jph3rXHEVski3Uw7FwXdlXjLY7mM-wk
Mediafire เป็นไฟล์ rar นำไปแตกไฟล์เอง
http://www.mediafire.com/download/vxtdwkcoptrbv36/KNN_GREENSCREEN_final.rar
Google Drive เลือกแล้วคลิกขวา กดดาวน์โหลดได้อยู่นะ : https://drive.google.com/folderview?id=0B50K3hdahGmTMzhfWXdLeTdDQVE&usp=sharing
Mediafire : (กำลังอัพคับ)
เอาไปตัดต่อกันให้หนำใจเลยยยย
ส่วนใครจะส่งผลงานยังไงก็อัพลง youtube แล้วส่ง link มาใน inbox แฟนเพจนะฮะ ให้คนนึงไม่เกิน 1 คลิปนะ(ส่งมาได้เลย จะเก็บไว้ดูทีเดียวในการทำคลิปแจกครั้งหน้าครับ)
Substance Guarantee 89,900 baht
การันตีสาระ 89,900 บาท หมดตรูด
ถ้าอยากได้สาระหนักๆให้มาดูช่องเน้!
https://goo.gl/2g7CdK
➤Merchandise and more videos
➤สินค้าและคลิปอื่นๆ
http://www.kanninich.com/#!shop/x9w1o
➤ Contact for video production, advertising, MC
➤ ติดต่องานโปรดักชั่น โฆษณา พิธีกร ได้ที่
[email protected]
➤ Don't forget to subscribe
➤ อย่าลืมกด subscribe เพื่อติดตามคลิปใหม่ ได้ที่
https://www.youtube.com/c/kanninich?sub_confirmation=1
➤ For more BTS and Others videos
➤ เข้าไปดูเบื้องหลังและความฮาเพิ่มเติมได้ที่ :
https://www.youtube.com/c/randomkanninich?sub_confirmation=1
➤ Other ways to follow us
➤ หรือตามมาเกรียนด้วยกันได้ที่นี่เลยยยย
***************************************************
➤ FB : https://goo.gl/T054aJ
➤ IG : @kanninich_channel
➤ Twitter : @kanninich
➤ Vine : kanninich
***************************************************
Creative & Producer : Karn
Editor & Director : J.Best
Subtitle : Muai sukanya
Software : Premiere Pro
Camera : Canon70D / 18-55mm Lens
Computer Spec :
CPU : INTEL 1150 CORE I7
M/B : 1150 MSI H97
SSD : 120GB KINGSTON SV3
HD : 1.0TB WD SATA-lll
VGA : ASUS GTX 970
MONITOR : LED DELL S23

google drive download 在 JinnyboyTV Youtube 的評價
Right after passing our driving test, there are so many expectations to what the driving world would be like. Here are some of them
WE'VE LAUNCHED OUR BRAND NEW APP! DOWNLOAD IT NOW TO CONNECT WITH US!
Apple Store - http://apple.co/1La5HUw
Google Play Store - http://bit.ly/1iTLNSE
STARRING
Irwin Oon: http://www.instagram.com/irwinoon
Jazel Lim: http://www.instagram.com/jazelxlim
Jason Leong: http://www.instagram.com/jasonlsk
Marianne Tan: http://www.instagram.com/mariannetpy
Amy Yeoh: http://www.instagram.com/amyyeohmusic
SPECIAL THANKS
Zouk Club KL: https://www.facebook.com/zoukclubkl/
LIKE US ON FACEBOOK
http://www.facebook.com/Jinnyboytv
FOLLOW US ON INSTAGRAM
Jin Lim: http://www.instagram.com/jinnyboy
Reuben Kang: http://www.instagram.com/reubenkang
FOLLOW US ON SNAPCHAT
Jinnyboy: TheRealJinnyboy
Reuben Kang: ReubenKang
FOLLOW US ON TWITTER
Jin Lim: http://www.twitter.com/jinnyboy
Reuben Kang: http://www.twitter.com/ReubenKang
SUBSCRIBE TO US!
http://www.youtube.com/subscription_center?annotation_id=annotation_543511&src_vid=GKU_ya8Op-w&add_user=jinnyboytv&feature=iv
VISIT OUR STORE
http://www.shoppertise.com/shop/jinnyboyonline
WEBSITE
http://www.jinnyboytv.com

google drive download 在 雲端直送!裝個外掛直接把YouTube 影片下載到Google Drive 的八卦
只需要下載一個簡單的Chrome 擴充功能,人人都能輕鬆上手。 1. 先至Google Chrome 的擴充功能商店,搜尋「儲存至Google 雲端硬碟」( Save to Google Drive ) ... ... <看更多>
google drive download 在 Can't Download The File Try Enabling Third Party Cookies 的八卦
In today's video tutorial we'll learn a simple, fast and effective method to fix and solve the Google Drive not downloading files issue ... ... <看更多>